กฎกติการฃของกีฬา คริกเก็ตเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ในวงการกีฬา

กฎกติการฃของกีฬา คริกเก็ตเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ในวงการกีฬา

คริกเก็ต คือการแข่งขันซึ่งมีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์โดยที่ไม่เพียงแต่ควรจะมีการเล่นตามกฎ แต่ยังรวมถึงดำเนินภายใต้จิตวิญญาณของการแข่งขัน  การกระทำใดๆ ที่ผิดต่างไปจากจิตวิญญาณนี้ย่อมทำลายการแข่งขันด้วย ความรับผิดชอบหลักที่ทำให้แน่ใจว่ามีการเล่นที่ถูกต้องเหมาะสมขึ้นกับหัวหน้าทีมของแต่ละฝ่าย

มีกฎสองข้อที่กำหนดความรับผิดชอบของหัวหน้าทีมต่อการปฏิบัติตนของลูกทีม

ความรับผิดชอบของหัวหน้าทีม

หัวหน้าทีมต้องรับผิดชอบตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าการแข่งขันดำเนินภายใต้จิตวิญญาณของการแข่งขัน

เช่นเดียวกับภายใต้กฎข้อที่ต่างๆ

การปฏิบัติตนของผู้เล่น

ในกรณีที่ผู้เล่นไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกรรมการ หรือวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินของกรรมการโดยใช้คำพูด หรือท่าทาง หรือแสดงกิริยาท่าทางที่อาจจะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อการแข่งขัน  กรรมการผู้ที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์จะต้องแจ้งสิ่งที่เกิดขึ้นให้กับกรรมการอีกคนหนึ่งโดยทันที รวมทั้งหัวหน้าทีมของผู้เล่นนั้น และแจ้งให้หัวหน้าทีมจัดการอย่างใดอย่างหนึ่ง

การเล่นที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม

ตามกฎต่างๆ กรรมการทั้งสองเพียงเท่านั้น เป็นผู้ที่ตัดสินถึงการเล่นที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมกรรมการสามารถขัดขวางการเล่นในเวลาใดก็ตาม และเป็นหน้าที่ของหัวหน้าทีมในการหยุดยั้งการกระทำ ในกรณีที่จำเป็น

กรรมการมีอำนาจในการขัดขวางการเล่น ในกรณีใดบ้าง

  • การทำให้เสียเวลา
  • การทำลายพิทช์
  • การขว้างที่อันตราย หรือไม่เหมาะสม
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพลูกบอล
  • การกระทำใดๆ ที่พิจารณาว่าไม่เหมาะสม

จิตวิญญาณของคริกเก็ตรวมถึง “ การเคารพ ” ในกีฬาประเภทนี้

  • การเคารพ ฝ่ายตรงข้ามของตน
  • การเคารพ หัวหน้าทีมคู่แข่งและทีมของตน
  • การเคารพ บทบาทของกรรมการ
  • คุณค่าของธรรมเนียมประเพณีของการแข่งขัน

สิ่งที่ถือเป็นการต่อต้านจิตวิญญาณของคริกเก็ต

  • การโต้แย้งการตัดสินของกรรมการโดยใช้คำพูด การกระทำ หรือกิริยาท่าทาง
  • การใช้ภาษาที่รุนแรงต่อฝ่ายตรงข้าม หรือต่อกรรมการ
  • ต้องไม่มีความรุนแรงใดๆ เกิดขึ้นในสนานการแข่งขัน

หัวหน้าทีมและกรรมการเป็นผู้ร่วมกันกำหนดลักษณะของการจัดการการแข่งขัน และผู้เล่นทุกคนได้รับ

การคาดหวังที่มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนสิ่งนี้

ผู้เล่น กรรมการ และผู้จดบันทึก ในการแข่งขันคริกเก็ตสามารถเป็นเพศใดก็ได้ และกฎต่างๆ ถูกใช้ด้วยความเสมอภาค ในเนื้อหาเมื่อมีการใช้คำสรรพนามระบุถึงเพศชาย เป็นเพียงเพื่อความกระชับ ยกเว้นในส่วนที่ระบุเฉพาะ โดยถือว่าทุกข้อกำหนดของกฎนำไปประยุกต์ใช้กับผู้หญิงและเด็กหญิงเช่นเดียวกับผู้ชายและเด็กชาย

กฎข้อที่ 1 ผู้เล่น

จำนวนของผู้เล่น

การแข่งขันเป็นการเล่นระหว่างสองฝ่ายโดยแต่ละฝ่ายมีผู้เล่นจำนวน 11 คน ซึ่งมีหนึ่งคนที่เป็นหัวหน้าทีมโดยข้อตกลงในการแข่งขัน  สามารถทำการเล่นระหว่างสองฝ่ายที่มีผู้เล่นมากกว่าหรือน้อยกว่า 11 คนแต่ จะต้องไม่มีผู้เล่นเกินกว่า 11 คน ในการลงเล่นเป็นฝ่ายรับในสนาม

การเสนอรายชื่อผู้เล่น

หัวหน้าทีมของแต่ละฝ่ายต้องเสนอรายชื่อของผู้เล่นเป็นลายลักษณ์อักษรส่งให้หนึ่งในกรรมการก่อนที่จะมีการโยนเหรียญ ผู้เล่นไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงภายหลังจากการเสนอรายชื่อ หากไม่ได้รับการยินยอม จากหัวหน้าทีมฝ่ายตรงข้าม

หัวหน้าทีม

เมื่อใดก็ตามที่หัวหน้าทีมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ รองหัวหน้าทีมจะต้องทำหน้าที่แทน

  • ถ้าหัวหน้าทีมไม่อยู่ในช่วงระหว่างการโยนเหรียญ รองหัวหน้าทีมจะต้องทำหน้าที่รับผิดชอบในการเสนอรายชื่อผู้เล่น หากยังไม่ได้ทำการเสนอก่อนการโยนเหรียญ ดู ข้อ 2 ด้านบน
  • ในเวลาใดๆ ภายหลังจากการโยนเหรียญ รองหัวหน้าทีมต้องเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ถูกเสนอรายชื่อ

หน้าที่ความรับผิดชอบของหัวหน้าทีม

หัวหน้าทีมมีหน้าที่รับผิดชอบตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าการเล่นดำเนินภายใต้จิตวิญญาณของคริกเก็ต และธรรมเนียมประเพณีของการแข่งขัน เช่นเดียวกับกฎต่างๆ  ดู บทนำจาก จิตวิญญาณของคริกเก็ต

กฎข้อที่ 2  ผู้เล่นแทน และผู้วิ่งแทน

ผู้เล่นแทน และผู้วิ่งแทน

  • ถ้ากรรมการแน่ใจว่าผู้เล่นบาดเจ็บหรือป่วยภายหลังจากการเสนอรายชื่อผู้เล่น กรรมการต้อง อนุญาตให้ผู้เล่นนั้นมี ผู้เล่นแทนทำหน้าที่ในสนาม หรือผู้วิ่งแทนเมื่อตนเองเป็นผู้ตี การบาดเจ็บหรือป่วยที่เกิดขึ้นหลังจากการเสนอรายชื่อผู้เล่นจนกระทั่งการแข่งขันสิ้นสุดลงต้องได้ รับการอนุญาต ไม่ว่าการแข่งขันยังดำเนินอยู่หรือไม่

 

  • กรรมการต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาสาเหตุอื่นใด ที่จะอนุญาตให้มีผู้เล่นแทนสำหรับผู้เล่นฝ่ายรับ หรือ ผู้วิ่งแทนสำหรับผู้ตี ในตอนเริ่มต้นการแข่งขันหรือในเวลาหลังจากนั้น

 

  • ผู้เล่นที่ต้องการจะเปลี่ยนเสื้อ รองเท้า หรือสิ่งอื่น  ต้องออกจากสนามเพื่อกระทำการนั้นโดยไม่ได้

รับอนุญาตให้มีผู้เล่นแทน

การคัดค้านต่อกรณีของผู้เล่นแทน หัวหน้าทีมของฝ่ายตรงข้ามไม่มีสิทธิในการคัดค้านผู้เล่นที่จะเป็นผู้เล่นแทนในสนามหรือตำแหน่งที่ผู้เล่นนั้นจะทำหน้าที่  อย่างไรก็ตามผู้เล่นแทนไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้รักษาวิกเก็ตได้

ข้อจำกัดในบทบาทของผู้เล่นแทน

ผู้เล่นแทนไม่ได้รับอนุญาตให้ตี หรือขว้าง หรือทำหน้าที่เป็นผู้รักษาวิกเก็ต หรือเป็นหัวหน้าทีมในสนามแข่งขันผู้เล่นที่กลับสู่การเล่นภายหลังจากมีผู้เล่นแทน

  • ผู้เล่นนั้นได้รับอนุญาตให้ตี ขว้าง หรือเป็นผู้รับ ถึงแม้ว่ามีผู้เล่นแทนได้ทำหน้าที่ให้ก่อนหน้านั้นผู้เล่นฝ่ายรับขาดหาย หรือออกจากสนาม ถ้าผู้เล่นฝ่ายรับไม่อยู่ในสนามในตอนเริ่มต้นของการแข่งขัน หรือภายหลังจากนั้น หรือออกจากสนาม ในช่วงระหว่างการแข่งขัน กรรมการต้องได้รับการแจ้งถึงสาเหตุของการขาดหายของผู้เล่นนั้น
  • ผู้เล่นที่ขาดหายไม่สามารถเข้าสู่สนามในช่วงระหว่างการแข่งขัน หากปราศจากการอนุญาตของกรรมการ

ถ้าผู้เล่นขาดหายไปเป็นเวลา 15 นาที หรือนานกว่านั้น เขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้ขว้างบอล

ภายหลังจากนั้น ตามข้อ ( 1 ) ( 2 ) หรือ ( 3 ) ด้านล่าง จนกว่าเขาจะเข้ามาอยู่ในสนามเป็นระยะเวลา เท่ากับเวลาที่ขาดหายไป

( 1 ) การขาดหาย หรือการปรับโทษของการขาดหาย ไม่มีผลในการเล่นวันถัดไป

( 2 ) ในกรณีของการเล่นต่อเนื่อง หรือ การของดเล่นอินนิ่ง แล้วมีฝ่ายที่เป็นฝ่ายรับสองอินนิ่ง ต่อเนื่องกัน ข้อบังคับตามข้อ วงเล็บ 1 ด้านบน จำเป็นต้องถูกใช้กับทีมนั้นต่อเนื่องไปจนถึง อินนิ่งที่สอง แต่ไม่ต้องนำไปใช้กับอินนิ่งใหม่

( 3 ) เวลาที่เสียไปในการหยุดการแข่งขันนอกเหนือจากตารางเวลาที่กำหนด ต้องถูกนับเป็นเช่น

เดียวกับเวลาในสนามที่ผู้เล่นที่ขาดหายไปกลับเข้าสู่การแข่งขัน

 

ผู้เล่นกลับเข้าสู่สนามโดยไม่ได้รับอนุญาต

ถ้าผู้เล่นกลับเข้าสู่สนามการแข่งขัน โดยไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับข้อ 5 ( ข.) ด้านบน และเข้ามาสัมผัสกับลูกบอลระหว่างที่มีการแข่งขัน

( 1 ) ลูกบอลดังกล่าวจะถือว่าเป็น “ บอลตาย ” ทันที และกรรมการจะให้คะแนนปรับโทษ 5 คะแนน แก่ ฝ่ายตี 

( 2 ) กรรมการต้องแจ้งให้กรรมการอีกคนหนึ่ง หัวหน้าทีมของฝ่ายรับ ผู้ตี และในทันทีที่เป็นไปได้ ต้องแจ้งให้หัวหน้าทีมของฝ่ายตีถึงสาเหตุของการปฏิบัติ

( 3 ) กรรมการทั้งสองคนต้องแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทันทีที่เป็นไปได้ให้กับผู้บริหารของทีมฝ่ายรับ และกรรมการบริหารที่รับผิดชอบการแข่งขัน ผู้ซึ่งสามารถดำเนินการที่เหมาะสมต่อหัวหน้าทีม และผู้เล่นที่เกี่ยวข้อง

ผู้วิ่งแทน

ผู้เล่นที่ทำหน้าที่เป็นผู้วิ่งแทนสำหรับผู้ตีต้องเป็นสมาชิกของฝ่ายตี และถ้าเป็นไปได้ต้องเป็นผู้ที่ได้ตีแล้ว ในอินนิ่งนั้น  ผู้วิ่งแทนต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันเช่นเดียวกับผู้ตีที่เขาวิ่งแทน และต้องถือไม้ตีด้วย

การทำผิดกฎของผู้ตีที่มีผู้วิ่งแทน

  • ผู้วิ่งแทนต้องปฏิบัติตามกฎ โดยถือว่าเป็นเช่นเดียวกับผู้ตี ยกเว้นข้อกำหนดเฉพาะสำหรับบทบาท ของผู้วิ่งแทน ดู ข้อ 7 ด้านบน และกฎข้อที่ 2 ( พื้นที่ของผู้ตี )
  • ผู้ตีพร้อมกับผู้วิ่งแทนจะได้รับโทษของการทำผิดกฎที่เกิดจากผู้วิ่งแทน แม้ว่าก่อนหน้านั้นเขาจะต้อง รับผิดชอบของการทำผิดกฎด้วยตนเอง โดยเฉพาะผู้ตีจะต้องออกจากการแข่งขันถ้าผู้วิ่งแทนจะต้อง ออกจากการแข่งขัน
  • เมื่อผู้ตีพร้อมกับผู้วิ่งแทนเป็นผู้ที่จะทำการตี เขายังคงอยู่ภายใต้กฎและจะได้รับโทษของการทำผิด กฎใดๆ ที่อาจจะได้รับ

นอกจากนี้ถ้าผู้ตีอยู่นอกพื้นที่ของตน เมื่อวิกเก็ตถูกทำลายที่ฝั่งของผู้รักษาวิกเก็ต ผู้ตีนั้นจะต้องออกในทันที

โดยไม่เกี่ยวข้องกับ ตำแหน่งของผู้ตีที่อยู่อีกฝั่ง หรือผู้วิ่งแทน  ถ้าผู้ตีนั้นต้องออกจากการแข่งขัน การวิ่งที่เสร็จสมบูรณ์

โดยผู้วิ่งแทนและผู้ตีอีกคนก่อนหน้านั้นจะไม่ถูกให้คะแนน  อย่างไรก็ตามคะแนนปรับโทษจาก “ บอลเสีย ” หรือ “ บอลห่าง ” ยังคงให้ รวมกับคะแนนปรับโทษใดๆ ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

เนื่องจากกฎกติกาของกีฬาชนิดนี้นั้นมีรายละเอียดมากพอสมควรเราจึงจำเป็นต้องแบ่งเนื้อหาเป็นตอนๆ เพื่อความสะดวกในการจัดเรียงเนื้อหาแล้วการอ่านของผู้ที่เข้ามาหาความรู้เกียวกับกีฬาคริกเก็ตซึ่งเรื้อหาที่เรานำมาให้อ่านในช่วงแรกนั้นเป็นอชเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกฎกติกาคริกเก็ต อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะ

SEO