Officiate Cricket

การเข้าปฏิบัติหน้าที่ของกีฬาคริกเก็ตที่ควรรู้ก่อนลงสนาม

ก่อนการเริ่มการแข่งขัน กรรมการทั้งสองจะถูกกำหนดหน้าที่ให้มีหนึ่งคนสำหรับแต่ละฝั่งเพื่อควบคุมการแข่งขันให้เป็นไปตามกฎด้วยความยุติธรรมที่สุด  กรรมการจะต้องไปถึงที่สนามและรายงานตัวต่อผู้บริหารของสนาม อย่างน้อย 45 นาทีก่อนกำหนดเวลาของการเริ่มต้นการแข่งขันในแต่ละวัน และ การเปลี่ยนกรรมการ กรรมการจะไม่สามารถถูกเปลี่ยนได้ นอกจากมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยมีอาการบาดเจ็บ หรือป่วย  ถ้าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยน ผู้เป็นกรรมการแทนจะทำหน้าที่ ฝั่งตี นอกจากถ้าหัวหน้าทีมทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่ากรรมการแทนควรจะทำหน้าที่เต็มรูปแบบเช่นเดียวกับกรรมการปกติ

การตกลงกันระหว่างหัวหน้าทีมของแต่ละฝ่าย

  • ก่อนการโยนเหรียญ กรรมการทั้งสองจะต้อง คิดหาจำนวนชั่วโมงของการแข่งขัน และตกลงร่วมกับหัวหน้าทีมถึง จำนวนลูกบอลที่จะถูกใช้ในระหว่างการแข่งขัน
  • เวลาและระยะเวลาของการหยุดพักทานอาหาร และเวลาของการหยุดพักดื่มน้ำ
  • ขอบเขตของสนามแข่งขัน และการอนุญาตให้เป็นบอลออกเขตสนาม
  • เงื่อนไขพิเศษใดๆ ของการแข่งขัน ที่มีผลต่อการดำเนินการแข่งขัน

การแจ้งต่อหัวหน้าทีม และผู้จดบันทึกคะแนน

ก่อนการโยนเหรียญ กรรมการทั้งสองจะต้องตกลงกัน และแจ้งกับหัวหน้าทีมทั้งสองฝ่าย และผู้จดบันทึกคะแนนทั้งสองฝ่าย ถึงเรื่องนาฬิกา หรือนาฬิกาข้อมือ และเครื่องบอกเวลาสำรองที่จะใช้ในระหว่างการแข่งขัน หากมีอุปสรรคสิ่งกีดขวางใดๆ  ภายในสนามที่ถือว่าเป็นขอบเขตสนาม

วิกเก็ต เส้นเขต และขอบเขตสนาม

ก่อนการโยนเหรียญ และในระหว่างการแข่งขัน กรรมการทั้งสองต้องแน่ใจว่า วิกเก็ตถูกตั้งอย่างถูกต้อง

เส้นเขตถูกทำเครื่องหมายอย่างถูกต้อง ( เส้นเขตขว้าง เส้นเขตตี และ เส้นข้าง )

ขอบเขตของสนามการแข่งขันตามกำหนดของกฎข้อที่ 19.2 ( การกำหนดขอบเขตสนาม – การทำ                              เครื่องหมาย )

การดำเนินการแข่งขัน เครื่องมือ และอุปกรณ์

ก่อนการโยนเหรียญ และระหว่างการแข่งขัน กรรมการต้องแน่ใจว่า การดำเนินการแข่งขันถูกต้อง เที่ยงตรงตามกฎต่างๆ

เครื่องมือที่ใช้ และกฎข้อที่ 7.2 ( ความเหมาะสมของพิทช์สำหรับการเล่น )

การหยุดเล่นเนื่องจากความไม่เหมาะสมของสภาพสนาม อากาศ หรือแสง

  • อ้างอิงถึงทุกอย่างในสนาม รวมถึงพิทช์ ดู กฎข้อที่ 1 ( เขตพื้นที่ของพิทช์ )
  • ด้วยจุดประสงค์ของกฎข้อนี้ และกฎข้อที่ 9 ( ข.) ( 2 ) ( การหยุดพักดื่มน้ำ ) เท่านั้น ผู้ตีซึ่งอยู่ ที่วิกเก็ตในสนามจะทำหน้าที่แทนหัวหน้าทีมเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม
  • เมื่อใดที่กรรมการทั้งสองคนตกลงกันว่าสภาพของสนาม อากาศ และแสงไม่เหมาะสมสำหรับ การเล่น ก็จะแจ้งให้หัวหน้าทีมทั้งสองฝ่ายทราบ ยกเว้น
  • ในสภาพสนาม หรืออากาศที่ไม่เหมาะสม แต่หัวหน้าทีมทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเล่นต่อไป หรือ เริ่มเล่น หรือ กลับมาเล่นใหมหรือ ( 2 ) ในสภาพแสงที่ไม่เหมาะสม ฝ่ายตีต้องการที่จะเล่นต่อไป เริ่มเล่น หรือกลับมาเริ่มเล่นใหม่ กรรมการจะหยุดการแข่งขัน หรือไม่อนุญาตให้เริ่มเล่น หรือกลับมาเล่นใหม่
  • หลังจากการตกลงที่จะเล่นในสภาพที่ไม่เหมาะสมของสนาม หรืออากาศ หัวหน้าทีมคนใดคนหนึ่งสามารถอุทธรณ์ถึงสภาพที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวก่อนที่กรรมการจะขาน “ หยุด ” กรรมการจะรับคำอุทธรณ์เพียงแต่ถ้าในความคิดเห็นของกรรมการแล้วปัจจัยต่างๆ ที่ใช้พิจารณาในการตัดสินใจก่อนหน้านั้น เป็นเช่นเดิม หรือสภาพดังกล่าวแย่ลงกว่าเดิม
  • หลังจากการตัดสินใจที่จะเล่นในสภาพแสงที่ไม่เหมาะสม หัวหน้าทีมฝ่ายตีสามารถอุทธรณ์                                                              เกี่ยวกับสภาพแสงก่อนที่จะมีการขานว่า “ หยุด ”  กรรมการจะรับคำอุทธรณ์เพียงแต่ถ้าใน                                                             ความคิดเห็นของกรรมการแล้ว ปัจจัยต่างๆ ที่ใช้พิจารณาในการตัดสินใจก่อนหน้านั้นเป็น                                                             เช่นเดิมหรือสภาพของแสงแย่ลงกว่าเดิม
  • เมื่อใดก็ตามถ้ากรรมการทั้งสองเห็นตรงกันว่าสภาพของสนาม อากาศ และแสงไม่เหมาะสมอย่าง ชัดเจน และคาดเดาได้ว่าจะมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้เล่นหรือกรรมการ ดังนั้นจึงเป็นสิ่ง ที่ไม่สมเหตุสมผลและอันตรายที่จะดำเนินการแข่งขัน ถึงแม้ว่าเกิดกรณีตามข้อต่านบน ซึ่งกรรมการต้องหยุดการแข่งขันทันที หรือไม่อนุญาตให้เริ่มเล่น หรือกลับ มาเล่นใหม่ การตัดสินใจว่าสภาพของสิ่งต่างๆ ว่าเหมาะสมหรือไม่ขึ้นอยู่กับกรรมการเพียงเท่านั้นความจริงที่ว่าหญ้าและลูกบอลที่เปียกและลื่นไม่เป็นผลดีต่อสภาพของสนามถือเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลและอันตราย ถ้ากรรมการพิจารณาว่าพื้นสนามเปียกหรือลื่นที่จะลดพื้นที่ในการเหยียบ ของผู้ขว้าง หรือลดพลังในการเคลื่อนไหวของผู้เล่นฝ่ายรับ หรือลดความสามารถในการเล่นของผู้ตี หรือการวิ่งระหว่างวิกเก็ต  โดยเงื่อนไขเหล่านี้ถือว่าเป็นการไม่สมเหตุสมผลที่จะให้มีการเล่น เกิดขึ้น
  • เมื่อมีการหยุดการแข่งขัน เป็นหน้าที่ของกรรมการที่จะเฝ้าดูสภาพของสิ่งต่างๆ ซึ่งต้องตรวจดูให้บ่อยเท่าที่เหมาะสมโดยไม่มีผู้เล่นหรือเจ้าหน้าที่ใดๆ มาเกี่ยวข้อง ทันทีที่กรรมการทั้งสองเห็นตกลงกันว่า สภาพต่างๆ เหมาะสมกับการเล่น ก็จะต้องเรียกให้ผู้เล่นกลับมาทำการแข่งขันต่อไป
  • ถ้าการแข่งขันยังดำเนินต่อไปจนถึงการเริ่มพักการแข่งขันตามข้อตกลง ดังนั้นก็จะเริ่มการแข่งขัน                   ต่อหลังการหยุดพัก นอกจากกรรมการทั้งสองจะเห็นตกลงกันว่าสภาพต่างๆ ไม่เหมาะสมหรือ อันตราย และเมื่อเป็นเช่นนั้นกรรมการจะปฏิบัติตามข้อ ที่กล่าวมาแล้ว เหมาะสมไม่ว่าจะมีการตัดสินใจโดยหัวหน้าทีมใดๆ ที่จะเล่นต่อไป หรืออุทธรณ์ต่อสภาพของสิ่งต่างๆ โดยหัวหน้าทีมใดๆ ก่อนหน้าที่จะมีการเริ่มเล่นก่อนการหยุดพักการแข่งขัน

สภาพที่ไม่ปกติอื่นๆ

กรรมการสามารถใช้ดุลยพินิจที่จะปฏิบัติตามข้อ 9 ด้านบนด้วยเหตุผลอื่นที่นอกเหนือจากสภาพสนาม อากาศ หรือแสง ถ้าพิจารณาว่าสภาพที่ไม่ปกตินั้นมีเหตุผลเพียงพอ

ตำแหน่งของกรรมการ

กรรมการต้องยืนในที่ซึ่งสามารถเห็นการกระทำต่างๆ ได้ดีที่สุดในการที่จะต้องตัดสินใจตามที่จำเป็นหากพิจารณาตามความสำคัญที่สุดนี้ กรรมการฝั่งขว้างต้องยืนในจุดที่ไม่รบกวนทั้งการวิ่งของผู้ขว้างหรือมุมมองของผู้ตี

กรรมการฝั่งตีสามารถเลือกที่จะยืนด้านออฟไซด์ แทนที่ด้านเลกไซด์ โดยที่ต้องแจ้งให้หัวหน้าทีมฝ่ายรับ ผู้ตี และกรรมการอีกคนถึงความต้องการของตน

การเปลี่ยนฝั่งของกรรมการ

กรรมการต้องเปลี่ยนฝั่งหลังจากแต่ละฝ่ายเล่นจบหนึ่งอินนิ่งโดยสมบูรณ์ การปรึกษากันระหว่างกรรมการ

ความขัดแย้งทั้งหมดต้องได้รับการตัดสินโดยกรรมการ  กรรมการต้องปรึกษากันเมื่อจำเป็น การให้สัญญาณ

  • รหัสของสัญญาณต่อไปนี้ต้องถูกใช้โดยกรรมการ
  • สัญญาณที่ถูกทำเมื่อลูกบอลยังอยู่ในระหว่างการเล่น
  1. บอลตาย ( เดด บอล ) ทำโดยการแกว่งข้อมือเป็นรูปกากบาทให้ต่ำกว่าระดับเอว
  2. บอลเสีย (โน บอล ) ทำโดยการยืดแขนหนึ่งข้างออกไปแนวระนาบ
  3. ออกจากการแข่งขัน ( เอาท์ ) ทำโดยการยกนิ้วชี้ขึ้นไปเหนือศีรษะ ( ถ้าไม่ออกจากการ  แข่งขัน  กรรมการต้องขานว่า “ น็อท เอาท์ ” )
  4. บอลห่าง ( ไวด์ ) ทำโดยการยืดแขนออกไปทั้งสองข้างในแนวระนาบ เมื่อ “ บอลตาย ” สัญญาณทั้งหมดด้านบน ยกเว้นสัญญาณออกจากการแข่งขัน ที่จะต้องทำซ้ำแสดงให้กับผู้จดบันทึกคะแนน  สัญญาณทั้งหมดด้านล่างนี้ต้องแสดงให้กับผู้จดบันทึก คะแนนเมื่อ “ บอลตาย ” เท่านั้น
  5. บอลออกเขตสนาม 4 ( โฟร์ รันส์ )  – ทำโดยการแกว่งแขนจากด้านหนึ่งไปสู่อีกด้านหนึ่ง และ
  6. จบที่ตำแหน่งแขนขวางอยู่ที่หน้าอก
  7. บอลออกเขตสนาม 6 ( ซิกซ์ รันส์ ) – ทำโดยการยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ
  8. ลูกผ่าน ( บาย )  – ทำโดยการยกฝ่ามือหนึ่งข้างขึ้นเหนือศีรษะ
  9. การเริ่มต้นของชั่วโมงสุดท้าย– ทำโดยการชี้นิ้วไปที่อีกข้อมือที่ยกขึ้นมา
  10. ให้คะแนนปรับโทษ 5 คะแนนแก่ฝ่ายตี   – ทำโดยการตบไปที่ไหล่อีกฝั่งซ้ำๆ
  11. ให้คะแนนโทษ 5 คะแนนแก่ฝ่ายรับ  – ทำโดยการวางมือไปที่ไหล่อีกฝั่งหนึ่ง
  12. บอลกระทบขา (เลก บาย) – ทำโดยการใช้มือแตะไปที่เข่าที่ยกขึ้น
  13. ลูกบอลใหม่   – ทำโดยการถือลูกบอลชูขึ้นไปเหนือศีรษะ
  14. การยกเลิกสัญญาณก่อนหน้า  – ทำโดยการแตะที่ไหล่ทั้งสองด้วยมือฝั่งตรงข้าม
  15. วิ่งสั้น ( ชอร์ต รัน )– ทำโดยการงอแขนด้านหนึ่งและใช้ปลายนิ้วแตะที่ ไหล่ของฝั่งเดียวกัน

กรรมการต้องรอจนกว่าแต่ละสัญญาณที่ทำได้รับการตอบรับโดยผู้จดบันทึกคะแนนก่อนที่จะให้มี การเล่นต่อไป

การปรึกษากันระหว่างกรรมการและผู้จดบันทึกคะแนนในคะแนนที่ไม่แน่ใจถือเป็นสิ่งที่จำเป็น กรรมการต้องแน่ใจถึงความถูกต้องของคะแนน จำนวนวิกเก็ตที่เสีย และจำนวนโอเวอร์ที่ขว้างบอลแล้วกรรมการต้องตรวจสอบกับผู้จดบันทึกคะแนนถึงข้อมูลต่างๆ นี้อย่างน้อยในทุกช่วงของการหยุดพักการ แข่งขัน ยกเว้นการหยุดพักดื่มน้ำ และรวมถึงเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน  

เป็นอย่างไรกันบ้างเพื่อนๆพอจะรู้กฎกติกาของกีฬาคริกเก็ตแล้วหรือยังสำหรับท่านที่สนใจในกีฬาชนิดนี้ควรที่จะอ่านบทความต่อไปที่เราจะนำเสนอในเชิงลึกลงไปอีก