ผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ต่อบอลไทยลีก ฤดูกาล 2019 (ตอน1)

ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อบอลไทยในปี 2019

ในขณะที่ ไทยลีก จะเริ่มกลับมาเปิดฉากฟาดแข้งกันอีกครั้ง ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ฟุตบอลลีกอาชีพยอดนิยมของคนไทย ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางกีฬา ได้รับผลกระทบเต็มๆ จากมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น

 

กรุงเทพมีฝุ่นในอากาศมากเกินไป
สภาพอากาศ: ฝุ่นในกรุงเทพ

 

เพราะหากไล่เรียงดูรายชื่อสโมสรจากลีกทั้ง 4 ระดับ พบว่า จำนวนไม่น้อย ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยในไทยลีก 1-3 มีถึง 19 สโมสรจาก 61 ทีม

คำถามคือ คนในวงการลูกหนังไทย ทั้ง คนทำทีม นักฟุตบอล กองเชียร์ เจ้าของสโมสร ต้องรับมือกับ ฝุ่นพิษที่ส่งผลโดยตรงกับสุขภาพร่างกายอย่างไร? รวมถึงผลกระทบที่มีต่อ อุตสาหกรรมฟุตบอลอาชีพไทย มีมากน้อยเพียงไหน หากปัญหามลพิษทางอากาศ ยังไม่สามารถถูกจัดการได้ในเร็ววันนี้?

ส่วนในไทยลีก 4 เฉพาะแค่โซนกรุงเทพและปริมณฑลฯ มีทีมที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวถึง 12 สโมสร นี่ยังไม่นับรวมสโมสรในลีกรากหญ้า จากจังหวัดสมุทรสาคร, นครปฐม, สระบุรี รวมถึง เชียงใหม่ ที่ค่ามลพิษทางอากาศ เฉลี่ยสูงมาเป็นเวลานาน

 

มองไม่เห็นแต่อันตรายส่งตรงเข้าร่างกาย

 

ช่วงเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ นับตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ ประชาชนหลายล้านคน ต้องดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลาง มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ทะลุผ่านทางเดินหายใจ เข้าสู่ปอด หลอดเลือด และ เส้นเลือดฝอย ได้โดยตรง ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งระยะกึ่งฉับพลัน และระยะยาว รวมถึงยังถูกจัดอยู่ในสารก่อมะเร็งประเภทที่ 1 อีกด้วย

 

ปริมาณฝุ่นในกรุงเทพ
สภาพอากาศ: การลดฝุ่นด้วยการฉีดน้ำ

 

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยข้อมูลการเก็บสถิติระหว่างวันที่ 1-29 มกราคม 2019 พบว่าคนกรุงเทพฯ ตกอยู่ภายใต้สภาพอากาศ ที่มีค่ามลพิษฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานของไทย อยู่ที่ 9-21 วัน และเกินค่ามาตรฐานตามคำแนะนำของ WHO มากถึง 24-29 วัน

เพราะฝุ่นละอองขนาดเล็ก จะสามารถลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศได้นาน ต่างจากฝุ่นขนาดใหญ่ที่จะตกลงพื้น อีกทั้งฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่ลอยในอากาศ ยังปนเปื้อนไปด้วยสารอื่นๆ  เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งจำนวนมาก

 

ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ในวันที่ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นพิษ ตรงกับช่วงเวลาประจำที่ทุกสโมสรฟุตบอลอาชีพในไทย กำลังฝึกซ้อมปรีซีซั่น เพื่อเรียกความฟิต และสมรรถภาพร่างกายนักฟุตบอลให้สมบูรณ์มากสุด ก่อนฤดูกาลใหม่ 2019 จะเริ่มเปิดฉากขึ้น

มหาวิทยาลัยวอชิงตัน พบว่า มลพิษทางอากาศเป็นปัจจัยร่วมของการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือด โรคมะเร็งปอด โรคหลอดเลือดในสมอง และโรคติดเชื้อเฉียบพลันระบบหายใจส่วนล่าง หากมลพิษเหล่านี้เข้าไปสู่ร่างกายไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็ย่อมส่งผลกระทบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น โรคเรื้อรังในระยะยาวได้ จากผลจากการศึกษาโดย Institute for Health and Evaluation เนื่องจากมีส่วนประกอบของสารเคมีหลายชนิด ก่อให้เกิดการตายก่อนวัยอันควรในประเทศไทย ประมาณ 50,000 รายต่อปี และมลพิษยังสามารถลอยข้ามพรมแดน ข้ามเมือง ข้ามจังหวัด และข้ามประเทศได้อย่างสบายๆ

 

PM 2.5 กับบอลไทยลีก
สภาพอากาศ: คนในเมืองต้องสวมหน้ากาก

 

ด้วยความที่ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เล่นกลางแจ้ง ต้องอาศัยการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ในสนามหญ้าแบบเปิด

ยิ่งในปีนี้ที่ สถานการณ์ฝุ่นพิษมาเร็วกว่าทุกปี ตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือน มกราคม จากปกติที่ฝุ่น PM 2.5 จะเยอะขึ้นในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่สภาพอากาศปิด แสงแดดส่องไม่ถึงพื้น ฝุ่นละอองขาดแรง ในการผลักให้ลอยตัวสูงขึ้นไป จนสะสมอยู่ในอากาศเรี่ยพื้นดิน ซึ่งเป็นระยะที่ใกล้ และส่งต่อร่างกายมนุษย์

 

อากาศที่มีเต็มไป มลพิษฝุ่น จึงเป็นสิ่งที่นักฟุตบอล และคนทำทีมต่างกังวลไม่น้อย และหวั่นวิตกถึงผลร้ายที่อาจเกิดขึ้นร่างกายตัวเอง หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เมื่อฤดูกาลแข่งขันเปิดฉากขึ้น ในอีกแค่ไม่กี่วันข้างหน้านี้