ผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ต่อบอลไทยลีก ฤดูกาล 2019 (ตอน 3)

ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อบอลไทยในปี 2019

ปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน ไม่ได้สร้างความกังวล แค่เฉพาะ นักกีฬาไทย ที่มีอาชีพลงไปเล่นฟุตบอลในสนาม หรือคนทำทีมที่ต้องดูแลหลายๆชีวิตในสโมสร แต่กองเชียร์ก็เป็นคนอีกกลุ่มที่ไม่อาจละเลยได้ และเป็นที่น่าสงสัยว่า ในสถานการณ์สภาพอากาศไม่ดีเช่นนี้ จะส่งผลต่อการออกมาเชียร์ฟุตบอลทีมรักของพวกเขาหรือไม่?

 

เกมลูกหนังที่ “อาจะไม่” เหมือนเดิม

เนื่องจากเขาเริ่มระคายเคืองตา และคอ รวมถึงรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยต่อชีวิต แม้ส่วนตัว พร้อมที่จะใส่หน้ากากอนามัย มาเชียร์ทีม โปลิศ เทโร เอฟซี ในซีซั่นหน้า แต่ก็ยอมรับว่า มีความกังวลว่ายอดผู้ชมในสนามอาจลดลง หากปัญหามลพิษฝุ่น ยังไม่ถูกแก้ไขในช่วงฤดูกาลแข่งขันเปิด

“หากมลพิษฝุ่นยังสูงเกินค่ามาตรฐาน ผมคิดว่าจำนวนแฟนบอลที่เข้าสนามลดลง แน่นอน เพราะโดยปกติ คนที่ดูฟุตบอลเขาจะมากันเป็นครอบครัว เหมือนมาปิกนิกพบปะกันที่หน้าสนามก่อนเกม แต่ถ้าสภาวะอากาศยังเป็นเช่นนี้ ก็น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า ยอดคนดูในสนาม อาจจะลดลงไปอีก”

 

ปัญหาที่เกิดกับบางสโมสร
เกมลูกหนังที่อาจไม่เหมือนเดิม

 

“ชิโร ดราก้อน” หรือ ธีระยุทธ รัตนพันธ์ – ประธานแฟนคลับอุลตร้า ไฟร์ ดราก้อน แสดงความเห็นว่า ปัญหามลพิษทางอากาศส่งผลต่อสุขภาพ และชีวิตประจำวันของเจ้าตัวอยู่แล้ว

“กองเชียร์อย่างพวกผมไม่ถอยอยู่แล้ว เพราะนักเตะยังสู้อยู่ แต่ด้วยสภาพอากาศก็ต้องยอมรับว่า สงสารเพื่อนๆกองเชียร์เหมือนกัน ในเกมที่ทีมเราแข่งในกรุงเทพฯ ก็คงรณรงค์ให้แฟนคลับใส่หน้ากากมาสนาม เข้าใจว่าหลายคนอาจรู้สึกอึดอัด หายใจลำบาก แต่สถานการณ์ฝุ่น ตอนนี้มันอันตรายจริงๆ”

 

เช่นเดียวกับ กิระวิศว์ พิทยภูวนันท์ ประธานสโมสร ไทยยูเนียน สมุทรสาคร ที่ยอมรับว่าปัญหาฝุ่นพิษคงส่งผลให้คนในจังหวัดสมุทรสาคร มาชมเกมการแข่งขันน้อยลง เพราะเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญกว่า

 

“แต่จากการที่ได้พูดคุยกับหลายๆภาคส่วนในจังหวัดสมุทรสาคร ทุกฝ่ายก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะปัญหามลพิษทางอากาศ มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง หลากหลายสาขาอาชีพที่ทำงานกลางแจ้ง ไม่ใช่แค่นักฟุตบอล ที่เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว” บิ๊กบอสทีมสำเภาผยอง เผย

“มีผลอย่างแน่นอน หากปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข เพราะสุขภาพของประชาชนถือเป็นเรื่องใหญ่ หากเป็นสโมสรที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ค่าฝุ่นละอองไม่มาก ก็คงไม่มีผลเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นทีมอยู่ในพื้นที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน เรื่องจำนวนแฟนบอลลดลง เป็นอะไรที่น่ากังวลอยู่แล้ว”

 

นอกจากยอดผู้ชมที่อาจลดลงไปในฤดูกาล 2016 หากปัญหามลพิษฝุ่น กินระยะเวลานาน ในหลายๆพื้นที่ ข้อมูลอีกชุดจาก นายแพทย์ เอกภพ เพียรพิเศษ ได้บอกกับเราว่า ความสนุกของฟุตบอลไทยลีก 2019 อาจลดลงไปด้วย เนื่องจากสมรรถภาพของนักกีฬาดร็อปลงไป ในช่วงอากาศยังเป็นพิษเช่นนี้

 

“มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งระบุว่า ถ้าการวัดค่าฝุ่นฯ แบ่งออกเป็น 4 สี ตามค่า AQI  หากยังไม่ถึงสีแดง (ค่า AQI 1-200) จะยังไม่ส่งผลต่อการออกกำลังกาย ความฟิต และสมรรถภาพร่างกายยังเหมือนเดิมปกติ”

 

ปัญหาบอลไทยจากฝุ่น
กรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด ออกเปิดเผยว่าทางไทยลีกมีความกังวลต่อสถานการณ์เช่นกัน

 

อีกด้านหนึ่ง ของฝ่ายที่ดูแลลีกอาชีพโดยตรง  “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” รักษาการณ์เลขาธิการสมาคมฯ และรองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด ออกเปิดเผยกับ Main Stand ว่าทางไทยลีกมีความกังวลต่อสถานการณ์เช่นกัน

แต่ด้วยเงื่อนไข ข้อจำกัด ของตารางการแข่งขันที่มีการจัดล่วงหน้ามานาน ก่อนเกิดสภาวะมลพิษทางอากาศ รวมถึงปฏิทินของลีกที่ล็อกไว้ และเกี่ยวเนื่องกับการเตรียมทีมชาติไทย ทำให้การเลื่อนการแข่งขันในหลายๆรายการ เป็นแนวทางที่ไม่สามารถปฏิบัติได้ แต่พร้อมที่จะพิจารณา หากมีสโมสรสมาชิกได้รับผลกระทบ

 

“แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่พิษขึ้นไปถึงสีแดง (ค่า AQI เกิน 200) นักกีฬา ที่ออกกำลังกาย จะมีสมรรถภาพร่างกายที่ถดถอยลง ทำให้เหนื่อยง่ายขึ้น หายใจไม่ทัน ดังนั้นก็มีความเป็นไปได้ว่าในเกมฟุตบอลที่แข่งขัน ช่วงค่ามลพิษฝุ่นถึงสีแดง จะออกมาไม่สนุก เพราะสมรรถภาพนักเตะไม่เหมือนเดิม เกมจะดูเนือยๆ แฟนบอล กองเชียร์ ดูแล้วอาจรู้สึกไม่สนุกไปด้วย”

“ไทยลีก เรามีความห่วงใยต่อสถานการณ์มลพิษฝุ่น ที่สโมสรสมาชิกจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญ แต่ต้องทำความเข้าใจว่า ฟุตบอลไทยลีก แตกต่างจากกีฬาอื่นๆในประเทศ มีข้อจำกัดมากพอสมควรในเรื่องของการขยับโปรแกรม เพราะปัญหามลพิษทางอากาศเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมขององค์กรฟุตบอล เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้ด้วยตัวเอง”

 

นักกีฬาต้องทำงานหนักขึ้น
สถานการณ์ความวิตกกังวลจากโค้ช

 

ไม่ใช่แค่ เมืองไทย ที่เคยกำลังเผชิญกับปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน ที่ประเทศจีน เมื่อปี 2013 ก็เคยประสบสภาวะเดียวกัน ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ที่ใช้ถ่านหิน รวมถึงการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ ฯ ซึ่งประชาชนต้องเผชิญอยู่กับมลพิษฝุ่นนี้นานถึง 6 เดือนเต็ม

 

“ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีสโมสรไหน ได้ติดต่อ พูดคุย แจ้งถึงปัญหามลพิษทางอากาศกับเรา แต่อย่างไรก็ตาม เราคงมีการปรึกษากับสโมสรสมาชิกอีกครั้ง ถึงความพร้อมในจัดการแข่งขัน และปัญหาที่สมาชิกพบเจอ เช่น แมตช์แข่งขัน โปรแกรมการฝึกซ้อมในกรุงเทพและปริมณฑล มีผลกระทบต่อนักฟุตบอลมากเพียงใด? หรืออาจพิจารณาเป็นรายกรณี ในการโยกสลับไปเตะในต่างจังหวัดก่อน ก็ต้องหารือพูดคุยกับสโมสรกันอีกที”

 

จีน ใช้เวลาต่อสู้กับฝุ่นพิษที่เลวร้ายถึง 5 ปี กว่าจะได้ท้องฟ้าที่สดใสคืนกลับมา ซึ่งตลอดช่วงเวลานี้ ลีกฟุตบอลภายในประเทศ ยังคงทำการแข่งขันตามปกติ กระทั่งตัวเลขค่า PM 2.5 เริ่มค่อยๆลดลง จากมาตรการที่รัฐบาลกลางสั่งควบคุม จนเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา กรุงปักกิ่ง เหลือวันที่สภาพอากาศย่ำแย่แค่ 23 วันเท่านั้น

การหยุดลีก เลื่อนโปรแกรม อาจไม่ใช่แนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดีนัก สำหรับลีกกีฬาอาชีพ ถึงกระนั้นก็ใช่ว่า การประกอบอาชีพนักกีฬาฟุตบอลในไทย จะต้องแลกมาด้วย ต้นทุน คือความเสี่ยงในการรับมลพิษฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย?